เมื่อ 11 พฤษจิกายน 2559 ได้รับพระราชานุญาตให้วง
Bangkok Symphony Orchestra ใช่ชื่อใหม่เป็น

Royal Bangkok
Symphony Orchestra

และเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2561 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้มูลนิธิฯ
อยู่ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ

ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2525 วงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ (Bangkok Symphony Orchestra หรือ BSO) ได้ก่อตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการจะพัฒนาให้เป็นวงออร์เคสตราแนวหน้าของเมืองไทย โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระอิศริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อมาเมื่อขึ้นครองราชย์จึงพระราชทานคำว่า “Royal” นำหน้าชื่อ เป็น “รอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า” (Royal Bangkok Symphony Orchestra หรือที่รู้จักกันในชื่อวง RBSO) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพอยู่ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา

 

 

ทรงรักในเสียงดนตรี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา มีพระทัยรักในเสียงดนตรี ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทยหรือสากล รวมทั้งทรงเคยเป็นผู้แทนพระองค์เสด็จฯไปทอดคอนเสิร์ตของ RBSO อยู่บ่อยครั้ง และโปรดให้วงดุริยางค์ซิมโฟนีถวายงานในแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2559 พระอัจฉริยภาพด้านดนตรีนั้นโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดทรงประพันธ์เพลงเพื่อใช้ประกอบแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI สปริงซัมเมอร์ 2019 ดังที่เคยมีรับสั่งไว้ว่า

“ในฐานะของผู้ประพันธ์เพลง ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ และองค์อุปถัมภ์ของมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ ข้าพเจ้าได้ประพันธ์เพลงใหม่ 5 ท่อน เพื่อให้วง RBSO บรรเลงประกอบแฟชั่นโชว์ โดยข้าพเจ้าเริ่มต้นการแต่งทำนองจากการเล่นเครื่องมาริมบา (Marimba) เครื่องดนตรีประเภท

เพอร์คัสชั่น ลักษณะคล้ายระนาด) มีวิวัฒนาการมาจากแถบแอฟริกา จนได้แนวทางและทำนองหลัก แล้วข้าพเจ้าก็นำกลุ่มเครื่องดนตรีประเภท Rhythm Section เช่น เบส กีตาร์ กลอง เครื่องซินทีไซเซอร์ และกลุ่มเครื่องดนตรีคลาสสิก อย่างเครื่องเป่าและเครื่องสายเข้ามาผสมผสานให้มีความกลมกล่อมขึ้น”

ไม่เพียงเท่านั้น  ในแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ยังทรงออกแบบเครื่องดนตรีขึ้นมาใหม่มีชื่อว่า รีฟอร์ม (Reform)  “เป็นเครื่องดนตรีแบบเพอร์คัสชั่น ซึ่งข้าพเจ้าได้นำวงล้อมาประกอบกับเครื่องตีต่างๆ เพื่อให้เสียงของเครื่องตีมีความกลมกลืน ทำให้เพลงดูน่าสนใจมากขึ้นสำหรับแฟชั่นโชว์ และเพื่อให้มีความล้ำยุคสอดคล้องกับคอลเล็คชั่นเสื้อผ้า ข้าพเจ้าจึงใช้เสียงสังเคราะห์ อาทิ เสียงคลื่นความถี่ต่างๆ และเสียงการติดต่อสื่อสารในห้วงอวกาศเข้ามาทำหน้าที่เป็นเสียงโอบล้อมเสียงดนตรี”

ในฐานะองค์อุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา มีพระประสงค์ที่จะพัฒนาและยกระดับวงดุริยางค์ซิมโฟนี ให้ทัดเทียมกับวงออร์เคสตราชั้นนำของโลก โดยตั้ง เป้าหมายไว้ว่าต้องเป็นอันดับหนึ่งของเซาท์อิสต์เอเชีย และขั้นต่อไปคือต้องทัดเทียมระดับเวิลด์คลาส ด้วยการพัฒนานักดนตรีผ่านการฝึกซ้อมและการแสดง จึงมีพระดำริให้จัดคอนเสิร์ตเดือนละ 3 โปรแกรม รวมไปถึงการคัดเลือกวาทยกรชาวต่างชาติมากฝีมือมาร่วมงาน เพือแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้นักดนตรีฝึกเกลาฝีมือเพิ่มขีดความสามารถไปอีกขั้น โดยทรงมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำดนตรี ประพันธ์เพลง รวมถึงทอดพระเนตรการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด

ด้วยพระปณิธานนี้จึงเสด็จฯไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย  พร้อมมิสเตอร์ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานวงดุริยางค์ซิมโฟนี โดยมีมิสเตอร์แดเนียล ฟรอสเชาเออร์ ประธานของวงออร์เคสตรา The Vienna Philharmonic เข้าเฝ้าเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมือในการเป็นพันธมิตร โดยในทุกปีทาง The Vienna Philharmonic จะส่งนักดนตรีเดินทางมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ กับนักดนตรีของวงดุริยางค์ซิมโฟนีเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ พร้อมทั้งเล่นคอนเสิร์ตร่วมกัน ขณะเดียวกันวงดุยางค์ซิมโฟนีจะส่งนักดนตรีชาวไทยไปหาประสบการณ์ร่วมกับวง The Vienna Philharmonic ที่เวียนนา เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การเล่นดนตรีให้มากขึ้น

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้นักดนตรีชาวไทยได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือให้ทัดเทียมกับนักดนตรีระดับโลก อีกทั้งมีพระประสงค์ให้นักดนตรีประกอบอาชีพนี้ด้วยความมั่นคง สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ ซึ่งพระปณิธานของพระองค์นั้นเป็นที่ประจักษ์ถึงความทุ่มเทและความใส่พระทัย ดังเช่นที่เรื่องราวที่สมาชิกวงดุริยางค์ซิมโฟนีได้เล่าให้แพรวฟังถึงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีของของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา รวมไปถึงเรื่องราวที่น่าประทับใจของวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าตลอดระยะเวลา 37 ปี

 

 

มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ

เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ จัดตั้งและพัฒนาวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ (Bangkok Symphony Orchestra หรือ BSO) ให้เป็นวงออร์เคสตร้าของไทยในระดับอาชีพที่มีมาตรฐานสากล ส่งเสริมเผยแพร่และสนับสนุนศิลปะดนตรีสากลคลาสสิกให้เป็นที่แพร่หลาย ทั้งในรูปแบบการแสดงและการศึกษา โดยมี นายอุเทน เตชะไพบูลย์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิฯ คนแรก นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 – 2546 รวม 21 ปี หลังจากนั้น ดร. สุขุม นวพันธ์ ได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิฯ (พ.ศ. 2546-2559) นายฮาราลด์ ลิงค์ ได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิฯ จนถึงปัจจุบัน

จุดกำเนิดเริ่มต้นของวง BSO เกิดขึ้นจากการรวมตัวของนักดนตรีคลาสสิก และผู้มีใจรักดนตรีประเภทนี้เพียงไม่กี่คน เห็นควรว่าประเทศไทยซึ่งได้มีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง ยังขาดการพัฒนาอย่างจริงจังด้านวัฒนธรรมดนตรีคลาสสิกตะวันตก อันเป็นวัฒนธรรมสากล ที่ทั่วโลกยอมรับ ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2525 กรุงรัตนโกสินทร์เฉลิมฉลอง 200 ปี จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะจัดตั้งวงออร์เคสตร้าตามแบบมาตรฐานสากล ให้เป็นวงอาชีพ ที่มีความต่อเนื่องและมั่นคง โดยดำเนินงานในรูปแบบเอกชน และไม่แสวงหาผลกำไร

แนวคิดดังกล่าวได้รับความเกื้อหนุนทั้งทางความคิด วิสัยทัศน์ และการเงินอย่างมาก จาก คุณอุเทน เตชะไพบูลย์  ผู้เป็นกำลังสำคัญในการรวบรวม ชักชวน บรรดานักธุรกิจ และผู้ที่มีใจรักดนตรีประเภทนี้ ให้มารวมตัวกัน  การก่อตั้งวง BSO จึงเป็นผลสำเร็จขึ้นได้ โดยเริ่มแรกมีสมาชิก นักดนตรีชาวไทยรวม 47 คน ออกแสดงครั้งแรกในคอนเสิร์ตถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2525 ณ หอประชุมเอ.ยู.เอ. โดยมีนาวาเอกวีระพันธ์ วอกลาง เป็นผู้อำนวยเพลงและผู้อำนวยการด้านดนตรีคนแรก  ต่อมา เพื่อเป็นการพัฒนาวงให้ก้าวหน้าขึ้น ได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการด้านดนตรีอีก 4 คน คือ Vladimir Kin ชาวรัสเซีย (พ.ศ. 2533-2534)  Timm Tzschaschel ชาวเยอรมัน (พ.ศ. 2534-2537) John Georgiadis ชาวอังกฤษ (พ.ศ. 2537-2539) และ Hikotaro Yazaki ชาวญี่ปุ่น (พ.ศ. 2542-2551) และปัจจุบัน John Floore ชาวฮอลแลนด์  ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในด้านการบริหารวงออร์เคสตร้า ชั้นนำของยุโรป ทำหน้าที่เป็น Artistic Director นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552  และ ศิริพงศ์ ทิพย์ธัญ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าวง

ในปี พ.ศ. 2557 มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 32 ของการก่อตั้ง วง BSO มีผลงานการแสดงมากมาย  ได้นำเสนอกิจกรรมการแสดงหลากหลายรูปแบบ ทั้งประเภทซิมโฟนีคอนเสิร์ต  เชมเบอร์มิวสิค โอเปร่า บัลเล่ต์ ออร์เคสตร้าป็อป เพื่อให้เป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้ฟังทุกระดับวัยและรสนิยม  บทเพลงที่นำมาบรรเลงจึงมีทั้งผลงานประพันธ์แบบคลาสสิกทุกยุคสมัย เพลงจากอุปรากร ละครเพลง เพลงประกอบภาพยนตร์ เพลงไทย และเพลงสากลยอดนิยม เป็นต้น  ขณะเดียวกันได้จัดตั้งโรงเรียนดนตรีบางกอกซิมโฟนี (Bangkok Symphony Music School หรือ BSS) เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมการศึกษาด้านดนตรีให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป

วง BSO มีผลงานการแสดงคอนเสิร์ตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 30 ครั้งต่อปี  ภายใต้การอำนวยเพลงของ  ผู้อำนวยเพลงรับเชิญทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญจากทั่วโลก  ศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติทั้งหลายเหล่านี้ ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะกลับมาร่วมแสดงกับวงอีก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับมาตรฐานของวงในวงการนานาชาติ กิจกรรมการแสดงคอนเสิร์ตที่สำคัญๆ ที่มูลนิธิฯ จัดขึ้น คือ คอนเสิร์ตรายการถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และรายการคอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติพระบรม วงศานุวงศ์ เนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ นอกจากการแสดงในประเทศแล้ว วง BSO ได้รับเชิญไปแสดงในต่างประเทศ อาทิ ในเทศกาลดนตรี ASEAN Orchestra Week กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ ไปแสดงในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเซียและทวีปยุโรป โดยเฉพาะครั้งสำคัญที่โรงคอนเสิร์ต Brahms-Saal, Musikverein ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย สำหรับการจัดคอนเสิร์ตซีรีส์ “Great Artists of the World” ซึ่งมีศิลปินและผู้อำนวยเพลงมีชื่อระดับโลกมาร่วมแสดงกับวง ได้มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคม มูลนิธิฯ ได้จัดโครงการแสดง “ดนตรีในสวน” ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 26 ปี  เพื่อให้ประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

มูลนิธิฯ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับว่า Royal Bangkok Symphony Orchestra เป็นวงชั้นนำ และมุ่งมันพัฒนาให้วง RBSO เป็นวงออร์เคสตร้าเทียบเท่าวงอาชีพในระดับภูมิภาคเอเชีย

 

 

Bangkok Symphony Orchestra Foundation

under The Royal Patronage of Her Royal Highness Princess Sirivannavari Nariratana

Established in 1982, under the Chairmanship of the late Dr. Udane Tejapaibul, Bangkok Symphony Orchestra Foundation has set a standard for professional orchestra and formed Bangkok Symphony Orchestra (BSO) which flourished to become the leading orchestra of Thailand, representing the country as the “Cultural Ambassador” to perform both locally and in many countries.

BSO actively performs classical, operatic, musicals, popular and Thai contemporary concerts and have successfully brought many internationally reputable soloists and orchestras to perform in Bangkok.

In 1996, Bangkok Symphony Music School (BSS) was founded to provide an excellent groundwork for students who are keen in classical music, and would like to pursue careers as musicians.

On 11th November 2016, BSO has been granted the Royal permission to be renamed as “Royal
Bangkok Symphony Orchestra”, “RBSO”, and subsequently, on 15th April, 2018, His Majesty King Maha Vajiralongkorn Bodindradebayavarangkun had granted the Bangkok Symphony Orchestra Foundation to be under the Royal Patronage of Her Royal Highness Princess Sirivannavari Nariratana

Presently, Mr. Harald Link, BSOF Chairman leads the foundation through the fourth decade with the mission to cultivate classical music for the young generation, and to make “Classical Music accessible to all”.

ABOUT RBSO

RBSO is a non-profit foundation which has set a standard for professional orchestra to become the leading orchestra of Thailand, representing the country as the “Cultural Ambassador” to perform classical, operatic, musicals, popular and Thai contemporary concerts both locally and in many countries.

NEWSLETTER

CONTACT

2nd floor, Kian Gwan III Building,
152 Wireless Road, Lumpini, Pathumwan Bangkok 10330

Telephone: +66(0)255 6617-8, +66(0)255 9191-2
Fax: +66 (0) 2255 6619
Email: orchestra@rbsothailand.com